กฎกติกาการแข่งขันไตรกีฬาและทวิกีฬา
นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกติกานี้ ให้ใช้กฎข้อบังคับของ สหพันธ์ไตรกีฬาแห่งเอเชีย
(ASTC) และสหพันธ์ไตรกีฬานานาชาติ (ITU)
กฎทั่วไป
นักกีฬาจะต้อง
- มีน้ำใจนักกีฬา
- รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
- รู้และเข้าใจกฎการแข่งขันของสมาคมฯ สหพันธ์ไตรกีฬาแห่งเอเชีย (ASTC)
สหพันธ์ไตรกีฬานานาชาติ (ITU)
- เชื่อฟังและปฏิบัติตามกฎจราจร
- เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการและเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน
- ปฏิบัติต่อนักกีฬาด้วยกัน กรรมการ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันและผู้ชมด้วยความสุภาพ
- ไม่ใช้ภาษา วาจา ท่าทางที่หยาบคายต่อนักกีฬาอื่น กรรมการ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน
และผู้ชม
- แจ้งต่อกรรมการ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน แล้วออกจากการแข่งขัน
เมือรู้ตัวว่าได้ละเมิดกฎกติกา
- แจ้งต่อกรรมการ เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน หลังจากถอนตัวออกจากการแข่งขันแล้ว
กฎช่วงการว่ายน้ำ
นักกีฬาจะ
- ใช้ท่าว่ายใดๆก็ได้
- ในระหว่างการว่าย สามารถยืนบนพื้น หรือ พักระหว่างการว่าย โดยการเกาะทุ่นเรือกรรมการที่จอดนิ่ง
แต่จะไม่สามารถใช้สิ่งดังกล่าว เพื่อให้เกิดความได้เปรียบนักกีฬาอื่น
- ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะในกรณีฉุกเฉิน เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ทันทีที่ได้รับความช่วยเหลือขึ้นเรือ ถือว่าได้ถอนตัวออกจากการแข่งขัน
- ต้องสวมหมวกว่ายน้ำ (เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันได้จัดให้)
- ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ หรือ เครื่องช่วยในการขับเคลื่อน หรือ ช่วยในการหายใจใต้น้ำ
เช่น ตีนกบ ถุงมือ ถุงเท้า ใบพาย อุปกรณ์ช่วยลอยตัว ชุดว่ายน้ำที่ช่วยในการลอยตัว
หรือ ชุด หรือ อุปกรณ์ใดๆ ที่กรรมการเห็นว่าไม่ถูกต้อง
กฎช่วงการปั่นจักรยาน
นักกีฬาจะ
- ต้องสวมหมวกกันกระแทก ที่สมาคมฯให้การรับรอง ได้แก่ หมวกที่สถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา
(ANSI Z - 90) หรือ มูลนิธิ Snell หรือ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติสวีเดน
หรือ สถาบันอื่นใดที่สมาคมฯรับรอง โดยจะประกาศรับรองต่อไป อนึ่ง
จะต้องสวมหมวกกันกระแทก พร้อมรัดสายรัดคางให้แน่น ก่อนคว้าจักรยานเคลื่อนลงจากราวแขวนออกไป
และ จะต้องสวมในลักษณะนี้ตลอดเวลาที่ปั่นจักรยานอยู่ จนถึงเมื่อได้นำจักรยาน
ขึ้นแขวนไว้บนราวจักรยานเรียบร้อยแล้ว
- ต้องเคารพกฎจราจร และ เชื่อฟังกรรมการ เจ้าหน้าที่
- ต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวาง ปิดกั้น หรือ กลั่นแกล้งนักกีฬาอื่น
- ต้องไม่กระทำการใดๆ ในลักษณะที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น
- ต้องไม่เปลือยกายทั้งท่อนบน และ หรือท่อนล่าง
- ต้องไม่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าในเส้นทางการแข่งขัน โดยไม่มีจักรยาน
- ต้องไม่ใช้กระติกน้ำที่ทำจากแก้ว หรือ ใช้วัสดุที่อาจแตกหักเป็นของมีคมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
- ต้องไม่สวมหูฟัง หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่ขัดขวางต่อการได้ยินและการเห็น
- ต้องไม่จี้บัง
- นักกีฬาอื่นในการแข่งขันกลุ่มอาย ุและ ไตรกีฬาระยะไกล เมื่อเวลาปั่นตาม
นักกีฬาอื่น จะต้องให้ล้อหน้าห่างจากล้อหลังคันหน้า 5 เมตร และ
เมื่อเวลาจะเข้าด้านข้าง จะต้องให้ห่างจากจักรยานนักกีฬาอื่น 2
เมตร
- ยานพาหนะอื่นใด เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ ในระยะรัศมีสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว
35 เมตร กว้าง 5 เมตร ที่ล้อมรอบยานพาหนะนั้น
- ทำการจี้บังได้
- เมื่อแซงผ่านเข้าไปในรัศมีการจี้บัง และ เร่งแซงออกไปให้พ้นได้ภายใน
15 วินาที
- เมื่อเข้าสู่สถานีช่วยเหลือ ในกรณีเพื่อความปลอดภัย
- เมื่อเข้า หรือ ออกจากลานจอดจักรยาน
- เมื่อเข้าสู่ทางโค้งหักศอก หรือ โค้งอันตราย
- เมื่อเข้าสู่เส้นทางแคบ หรือ มีการก่อสร้าง หรือ ทางเบี่ยง หรือ
ทางที่มีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตราย หรือ เหตุอื่นใดเพื่อความปลอดภัย
- การจี้บังสามารถกระทำได้ เฉพาะนักกีฬาทีมชาติและเยาวชนทีมชาติ
ในการแข่งขันระดับนานาชาติ หรือ การแข่งขันรายการใดที่สมาคมฯ กำหนดให้จี้บังได้
- ต้องใช้จักรยานที่มีลักษณะดังนี้
- โครงจักรยาน เป็นแบบสากลที่ใช้ในการแข่งขัน ลักษณะเป็นโครงสามเหลี่ยม
ท่อตรง หรือ เรียว อาจจะกลม หรือ รูปไข่ หรือ แบน หรือ รูปหยดน้ำ
ก็ได้
- ล้อทั้งสองต้องเป็นแบบมีซี่ เว้นแต่เป็นการแข่งขันกลุ่มอายุ
หรือ ไตรกีฬาระยะไกล ซึ่งสามารถใช้ล้อหลังเป็นแบบทึบได้ ยกเว้นในกรณีที่กรรมการ
เห็นว่า ลมแรงอาจจะเป็นอันตรายได้ จะไม่อนุญาตให้ใช้ก็ได้
- โครงรถยาวไม่เกิน 2 เมตร กว้างไม่เกิน 50 เซนติเมตร (วัดจากขอบนอกของบันได้)
และ โครงรถสูง 24 เซนติเมตร จากพื้นถึงจุดกึ่งกลางของกะโหลก
- ห้ามใช้อุปกรณ์สำหรับลดแรงต้านของลม (FARING)
- ต้องไม่มีเครื่องกลที่สามารถเร่งความเร็ว
- ปลายแฮนด์ต้องอุดปิดด้วยพลาสติค ยางรถจะต้องยึดติดแน่น ถ้วยคอต้องขันแน่น
และ ใช้ล้อมาตรฐานสากลที่สมาคมฯ รับรอง
- ต้องมีเบรกหน้า และ หลัง
- รถจักรยานหรืออุปกรณ์ที่ผิดปกติ หรือ ไม่เป็นจักรยานแบบสากล
จะไม่อนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสมาคมฯ
- แฮนด์จักรยาน สำหรับนักกีฬาทีมชาต ิและ เยาวชนทีมชาติ
- อนุญาต ให้ใช้แฮนด์แบบมือจับโค้งต่ำ ที่ใช้กันทั่วไปเท่านั้น
- แอโร่บาร์ต้องยาวไม่เกิน 15 เซนติเมตร และ ต้องไม่ยื่นล้ำออกไปมากกว่า
ระดับมือเบรกทั้งสองข้าง
- แอโร่บาร์ต้องเป็นรูปตัว U คว่ำยึดติดแฮนด์ และ ต้องไม่ยื่นไปสัมผัสมือเบรก
- ไม่อนุญาต ให้ใช้ตัวสับเกียร์ติดตั้งอยู่ส่วนปลายของแอโร่บาร์
- ใช้แป้นรองข้อศอกได้
กฎช่วงการวิ่ง
นักกีฬา
- สามารถวิ่ง หรือ เดินได้ แต่ไม่อนุญาตให้คลาน
- ต้องสวมรองเท้าในขณะวิ่ง
- ต้องไม่เปลือยกายทั้งท่อนบน และ หรือท่อนล่าง
- ที่ถือว่าเข้าถึงเส้นชัย เมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย (ที่ไม่ใช่
ศีรษะ คอ ไหล่ แขน เอว หรือ ขา) แตะถึงเส้นตั้งฉาก ที่วัดขึ้นจากขอบเส้นชัย
กฎช่วงลานจอดจักรยาน
นักกีฬา
- แขวนจักรยาน ในจุดที่กรรมการกำหนดเท่านั้น
- อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว ต้องวางไว้ภายในจุดของตนเอง และ ไม่ทิ้งลงบนเส้นทางแข่งขัน
หรือ ทิ้งลงในพื้นที่ของนักกีฬาอื่น
- ต้องไม่กีดกัน ขัดขวาง หรือ หน่วงเหนี่ยวนักกีฬาอื่น ในบริเวณลานจอดจักรยาน
- ต้องไม่ยุ่งเกี่ยว หยิบฉวย จักรยาน หรือ อุปกรณ์การแข่งขันของนักกีฬาอื่น
- ต้องขึ้นลงจากจักรยานในเขต หรือ จุดที่กรรมการกำหนดไว้เท่านั้น
- ต้องไม่ปั่นจักรยานในลานจอด
- ต้องไม่เปลือยกาย
การลงโทษ
- ด้วยการบวกเวลา
- 3 วินาที เมื่อวางอุปกรณ์ ในลักษณะรบกวนนักกีฬาอื่น
- 3 วินาที เมื่อไม่ขึ้น หรือ ลงจักรยาน ณ จุดที่กำหนด
- 3 วินาที เมื่อปั่นจักรยานในลานจอดจักรยาน
- 3 วินาที เมื่อใช้เสา หรือ หลัก หรือ ต้นไม้ริมทางวิ่งเพื่อช่วยส่งแรงในการเลี้ยวกลับตัว
หรือ เข้าโค้ง
- 15 วินาที เมื่อรบกวน ขัดขวาง กีดกันนักกีฬาอื่น
- 15 วินาที เมื่อไม่แขวนจักรยาน ในจุดที่กรรมการกำหนดให้
- ด้วยไล่ออกจากการแข่งขัน
- ใช้ภาษา วาจา หรือ ท่าทางหยาบคายต่อกรรมการ เจ้าหน้าที่
- ประพฤติตนไม่เหมาะสม กับการเป็นนักกีฬา
- กระทำการใดๆ ที่เป็นการขวางกั้น ขัดขวาง พุ่งชน หรือ รบกวนนักกีฬาอื่น
โดยเจตนา
- รับการช่วยเหลือจากบุคคลอื่น โดยเจตนาเอาเปรียบในการแข่งขัน
ยกเว้นรับการช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ในลักษณะที่ไม่ใช่การเอาเปรียบ
- ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ หรือ กรรมการ
- ออกจากเส้นทางการแข่งขัน
- ไม่ติดหมายเลขประจำตัวตามที่กรรมการกำหนด
- ทิ้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ลงบนเส้นทางการแข่งขัน ในลักษณะอันจะอาจเกิดอันตรายต่อนักกีฬาอื่น
ทั้งนี้โดยเจตนา
- ฝ่าฝืนกฎจราจร
- การกระทำใดๆอันเป็นการฝ่าฝืนกฎกติกา และ กรรมการ หรือ เจ้าหน้าที่ได้เตือนแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง
การสั่งให้พักการแข่งขันชั่วคราว
คณะกรรมการ หรือ สมาคมฯ จะประกาศคำสั่งให้นักกีฬาคนหนึ่งคนใดพักการแข่งขัน
โดยมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะของ การกระทำความผิดดังนี้
- ประพฤติไม่ดี
- โกง หลอกลวง ให้ข้อมูลเท็จ ปลอมเอกสาร
- ละเมิดกฎกติกาเป็นอาจิณ
- ใช้สารเสพติด หรือ สารกระตุ้น
การห้ามเข้าแข่งขัน
นักกีฬาคนใดใช้สารเสพติด หรือ สารต้องห้าม หรือ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
หรือ ก่อให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสีย หรือ อันตรายร้ายแรง โดยเจตนาซึ่งปกติโดยทั่วไป
นักกีฬาที่ดีไม่พึงกระทำ จะถูกลงโทษ สั่งห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันตลอดชีวิต
คำสั่งลงโทษจะแจ้งให้การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
สหพันธ์ไตรกีฬาแห่งเอเชีย (ASTC) สหพันธ์ไตรกีฬานานาชาติ (ITU) และ
GAISF ทราบ
การคัดค้าน
- การคัดค้านต่อพฤติกรรมของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ กรรมการ หรือ สภาพการแข่งขัน
นักกีฬาสามารถยื่นคำคัดค้าน ต่อหัวหน้าผู้ตัดสิน หรือ ประธานผู้ตัดสินได้
- การคัดค้านเกี่ยวกับคุณสมบัติของนักกีฬา จะต้องทำเป็นหนังสือก่อนเริ่มการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม นักกีฬาที่ถูกคัดค้าน สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้
คำตัดสินของกรรมการ จะประกาศก่อนการประกาศผลการแข่งขัน
- การคัดค้านอื่นใดนอกจากเรื่องคุณสมบัติ ของนักกีฬาต้องกระทำภายใน
15 นาที หลังจากสิ้นสุดการแข่งขัน
- ผู้คัดค้านต้องวางเงินมัดจำ 2,000 บาท และ จะได้รับเงินคืน เมื่อคำคัดค้านเป็นผล
แต่หากไม่เป็นผลจะต้องถูกริบ
- คำคัดค้านจะต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงโดยละเอียด ที่อ้างว่ามีการกระทำผิดกฎกติกา
จุด หรือ สถานที่ และ เวลา คนที่เกี่ยวข้อง พยานรู้เห็น แผนผังโดยสรุป
- การสอบสวน และ การพิจารณาจะไม่กระทำอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชน โดยผู้คัดค้าน
และ ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องอธิบาย ชี้แจงเหตุการณ์ต่างๆพร้อมพยานทั้งสองฝ่าย
- หัวหน้าผู้ตัดสิน หรือ ประธานผู้ตัดสินจะประกาศคำชี้ขาดตัดสิน
การเตือน
กระทำเมื่อ
- เมื่อนักกีฬาละเมิดกฎกติกาโดยไม่เจตนา
- กรรมการเชื่อว่า กำลังจะมีการละเมิดกฎกติกา
- การละเมิดกฎยังไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อนักกีฬาอื่น
- เมื่อถูกเตือนโดยการแสดงใบเหลือง หรือ เสียงนกหวีด หรือ เสียงแตร
หรือ การขานหมายเลขนักกีฬา และ สั่งให้หยุด นักกีฬาจะต้องหยุดจักรยานในที่ที่ปลอดภัย
แล้วลงจากจักรยาน ยืนจับจักรยายกขึ้นให้ล้อพ้นพื้น เมื่อกรรมการสั่งให้ไปได้
จึงจะทำการแข่งขันต่อไปได้
การปล่อยตัวเริ่มต้นการแข่งขัน
กรรมการปล่อยตัวจะใช้คำสั่งดังต่อไปนี้
- เตรียมตัว (Take your mark)
- ระวัง (Set)
- เริ่มการแข่งขันโดยใช้เสียงแตร หรือ นกหวีด หรือ สัญญาณปล่อยตัวอื่นใด
- หากมีการออกตัวผิดกติกา การปล่อยตัวครั้งที่ 2 จะกระทำภายใน 3
วินาที
- นักกีฬาคนใดออกตัวผิดกติกา 2 ครั้ง จะต้องถูกให้ออกจากการแข่งขัน
ระยะทางการแข่งขัน
- ไตรกีฬาระยะใกล้ (SPRINT DISTANCE) ว่ายน้ำ 750 เมตร ปั่นจักรยาน
20 กิโลเมตร และ วิ่ง 5 กิโลเมตร
- ไตรกีฬาระยะกลาง (HALF IRONMAN หรือ HALF DISTANCE) ว่ายน้ำ 1.9
กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 90 กิโลเมตรและวิ่ง 21 กิโลเมตร
- ไตรกีฬาระยะไกล (IRONMAN หรือ LONG DISTANCE) ว่ายน้ำ 3.8 กิโลเมตร
ปั่นจักรยาน 180 กิโลเมตร และวิ่ง 42 กิโลเมตร
- ทวิกีฬา DUATHLON ระยะนานาชาติ (INTERNATIONAL DISTANCE) วิ่ง
10 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 40 กิโลเมตร และวิ่ง 5 กิโลเมตร
- ทวิกีฬา DUATHLON ระยะไกล (LONG DISTANCE) วิ่ง 10 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน
60 กิโลเมตรและวิ่ง 10 กิโลเมตร
- ทวิกีฬา AQUATHLON ระยะนานาชาติ (INTERNATIONAL DISTANCE) วิ่ง
2.5 กิโลเมตร ว่ายน้ำ 1 กิโลเมตรและวิ่ง 2.5 กิโลเมตร
- ทวิกีฬา AQUATHLON ระยะไกล (LONG DISTANCE) วิ่ง 5 กิโลเมตร ว่ายน้ำ
2 กิโลเมตรและวิ่ง 5 กิโลเมตร
กฎกติกาอื่นๆ
- ระยะทางจะขาด หรือ เกินไม่เกิน 5% ของระยะทางที่กำหนด
- การจี้บังในระหว่างการปั่นจักรยาน สำหรับการแข่งขันไตรกีฬา หรือ
ทวิกีฬาระยะไกล ช่วงการปั่นตามหลังนักกีฬาอื่น จะต้องมีระยะห่างของขอบล้อหน้าของตน
กับขอบล้อหลังของนักกีฬาอื่น 7 เมตร และ ช่วงแซงผ่าน หรือ ปั่นตีคู่
ต้องให้ห่างจักรยานนักกีฬาอื่น 2 เมตร จากขอบนอกของบันได
|