กิจกรรมการแข่งขัน

Fishlike Swimming

บทความและสาระน่ารู้ เกี่ยวกับ ไตรกีฬา และ กีฬาทั่วไป ที่ทาง สมาคมไตรกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดเตรียมไว้ แก่ท่านสมาชิก และผู้เยี่ยมชมทั่วไปทุกท่าน ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซด์ของทางสมาคม เพื่อประกอบเป็น ความรู้ สาระ และ ความบันเทิง แด่ทุกท่าน


รูปย่อของบทความ Fishlike Swimming

รูปแกลลอรี่: ดูรูปภาพแกลลอรี่ของFishlike Swimming (จำนวน 4 รูป)

ทนายวิจิตร



ว่ายยังกะปลา......Fishlike Swimming

พรรคพวกเราหลายคนบอกว่า น่าจะเขียนถึงการว่ายน้ำบ้าง เห็นเขียนถึงแต่เรื่องจักรยาน พอดีเมื่อหลายวันก่อน พรรคพวกเพื่อนพ้องชาวไตรกีฬา จากไต้หวันได้ส่งบทความทางวิชาการว่าด้วยการว่ายน้ำมาให้ ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาฝากท่าน อย่างน้อยก็เพื่อเอาใจพวกเราชาวไตรกีฬา

ทำไมปลาโลมาจึงว่ายน้ำได้เร็ว ทำอย่างไรคนเราจึงจะว่ายน้ำได้เร็วเหมือนปลา ไม่ต้องเร็วเท่าปลาโลมาหรอก เอาแค่เร็วเท่าปลากัดก็พอแล้ว

พวกเราควรจะหาเวลามานั่งสังเกตการว่ายน้ำของปลาบ้าง ด้วยการเอาตู้ปลามาตั้งบนโต๊ะแล้วนั่งดู พิจารณา สังเกตการเคลื่อนไหว การใช้ครีบ ใช้หางและลำตัวของมัน แล้วพวกเราจะได้หลักการอะไรดีๆจากมันเยอะเลย

เรื่องแรก Technic เป็นเรื่องสำคัญ นักไตรกีฬาแถวหน้า จะต้องฝึกฝนเทคนิคมาก่อนการฝึกความทนทาน และ ความเร็ว เทคนิคจะช่วยให้ว่ายได้เร็ว ความทนทานมาทีหลัง ฉะนั้นผู้ที่ประสงค์อยากจะเลื่อนชั้น ไปอยู่แถวหน้าของการแข่งขัน จะต้องเสาะหา และพัฒนาด้านเทคนิคให้ดี ที่ปลาว่ายเร็วกว่าคนเพราะมันมีเทคนิค พลิ้วไหว ลื่นไหล ไม่ใช่ความแข็งแรง

น้ำ มันยืดหยุ่นเหมือนยางยืด (Elastic) ยิ่งใส่แรงหนัก ก็ยิ่งถูก(ดีดกลับ) ต้านหนัก

กุญแจสำคัญของการว่ายน้ำได้เร็วจึงอยู่ที่ เทคนิค ด้วยการให้ทุกส่วนของร่ายกายทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มแรงขับ สรุปง่ายๆก็คือ เทคนิคดี จะไปได้เร็วกว่า แรงดี

หากมีเวลาว่าง ให้ไปนั่งสังเกตพวกเด็กๆนักว่ายน้ำดูนะครับ จะเห็นว่า พวกเขาว่ายได้ไหลลื่นเหมือนกับไม่ใช้แรง คนที่ว่ายดีจะว่ายแบบเนิบๆเหมือนไม่ใช้แรงอะไรเลย แต่จะไหลดีมาก ยิ่งถ้าใช้แรงน้อยกว่า แต่กลับว่ายได้เร็วกว่า ซึ่งจะเป็นการดีอย่างยิ่ง เมื่อนำมาใช้กับการแข่งขันไตรกีฬาของพวกเรา

บรรดานักวิชาการต่างๆ ได้ทำการวิเคราะห์วิจัยการว่ายน้ำของ Matt Biondi เปรียบเทียบกับ Alexander Popov

สรุปออกมาให้เห็นว่า การที่ Popov ว่ายน้ำได้เร็วกว่า และ เอาชนะ Matt Biondi ได้ จนกลายเป็นแชมป์โลกนั้น มันอยู่ที่เทคนิคที่ดีกว่า ในระยะ 100 เมตร Matt Biondi ใช้พลังงานไป 33 Watts ได้ความเร็ว 48.42 วินาที แต่ Popov ใช้พลังไปแค่ 24 Watts และทำเวลาได้ดีกว่า คือ 48.21 วินาที เห็นได้ชัดเจนว่า เวลาต่างกัน 21 วินาที พลังที่ใช้ต่างกัน 9 Watts ในระยะทาง 100 เมตรเท่ากัน Popov ใช้แรงน้อยกว่า Biondi ถึงเ กือบ 30 % เลยทีเดียว ที่สำคัญคือ Popov ว่ายด้วย Stroke ที่เนิบและน้อยกว่าด้วยซ้ำ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ เทคนิคที่ดีกว่านั่นเอง

การว่ายน้ำด้วยความเร็วมีอยู่ 2 สิ่งที่จะตระหนักไว้ในใจ คือ 

1.  Drag หรือ Resistance นั่นก็คือ ยิ่งว่ายเร็วเท่าใด แรงดึง หรือ แรงต้านจากน้ำจะมีมากเท่านั้น 

2.  เมื่อต้องว่ายเร็ว และ ต้องเอาชนะแรงดึง หรือ แรงต้านของน้ำให้ได้ จำเป็นจะต้องใช้พลังงานมากเกินกว่าร่างกายจะทำการจ่ายพลังงาน ไปสู่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆได้เพียงพอ และ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เกิดกรณี…แผ่วลง เพราะแรงตก

เรื่องที่สอง Stroke length    Genadi Touretski coach ชั้นยอดของโลกได้กล่าวว่า พวกเราควรจะสังเกตจากธรรมชาติ และ นำหลักการความเคลื่อนไหวของบรรดาสรรพสัตว์ต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการกีฬาของมนุษย์ จากการสังเกตศึกษาของเขาพบว่า ม้า กวาง สิงโต เวลามันวิ่งเร่งควบด้วยความเร็ว มันจะทำการยืดช่วงก้าว มันจะไม่เร่งสับจังหวะของก้าวให้เร็วขึ้นแต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็เลยเอาหลักการอันนี้มาสอน Popov ในช่วงแรกๆของการฝึก เขาสอนให้ Popov เน้นช่วง Stroke ด้วยการดึงยาวมากกว่าการดึงถี่ ดึงเร็ว แล้วก็ได้ผลจริงๆ…แชมป์โลก

เรื่องที่สาม Relaxation    Johnny Weismuller กล่าวว่า Don’t fight the water ; just share its spirit and it will help you move.

ครับ….ยิ่งว่ายด้วยอาการผ่อนคลาย (โดยเฉพาะว่ายระยะไกลอย่างพวกเรา) ยิ่งจะเห็นได้ชัดเจนถึงคำกล่าวของ Coach ชั้นเยี่ยมผู้นี้ เขาสอนว่า ถ้าท่านฝึกทักษะการว่ายจนกลายเป็นอัตโนมัติแล้ว ท่านจะว่ายได้อย่างผ่อนคลาย และ เมื่อคุณว่ายด้วยอาการที่ผ่อนคลาย การสูญเสียพลังงานของร่างกาย ก็จะลดลง นี่คือ หลักการที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการนำมาใช้กับพวกเราชาวไตรกีฬา เขากล่าวอีกว่า The more an athlete swims with correct technique, the more automatic his skill will be. นอกจากนี้ Touretki ได้เน้นให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้นว่า ทุกๆ Stroke จะต้องเป็น The highest degree of technical precision นั่นก็หมายความว่า การฝึกต้องเน้นทุกท่วงท่าให้ถูกต้องแม่นยำก่อน เหมือนการกดคีย์เล่นเปียโนบรรเลงเพลง ต้องฝึกโน๊ตทุกตัวให้แม่นยำเสียงไม่เพี้ยนไม่ผิด เมื่อนำมาบรรเลงมันจะผสมกลมกลืนอย่างถูกต้องแม่นยำ

ต่อไปนี้เป็นหลัก 7 ประการที่นำมาฝากให้ไปทำการฝึก

1. Swim slowly หมายความว่า ควรจะฝึกเน้นท่วงท่าไปอย่างช้าๆให้ถูกต้องแม่นยำไม่ผิดเพี้ยนก่อน ฝึกจนเป็นนิสัยเป็นอัตโนมัติ อย่าไปกังวลเรื่องระยะทางและความเร็ว สองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทคนิคของท่านดีแล้ว วิธีฝึกที่จะพัฒนาเทคนิค คือ ต้องมีกระจกส่องสะท้อนภาพท่วงท่าของท่าน นั่นก็คือ ครู หรือ Coach 

2. Stroke length and efficiency พยายามฝึกว่ายช้าๆเน้นๆนับ Stroke สังเกตแผ่นกระเบื้องปูพื้นสระว่า การดึง Stroke แต่ละแขนร่างกายเราเคลื่อนที่ไปกี่แผ่น พยายามฝึกให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆขึ้น เช่น สมมติว่า หนึ่งแขนเราดึงไหลไปได้ 5 แผ่น ก็พยายามดึงไปให้ได้เพิ่มเป็น 6 , 7 , 8…..ไปเรื่อยๆ คือ ฝึกเน้นประสิทธิภาพให้มากเข้าไว้ หรือว่า 50 เมตรนับ Stroke ได้เท่าใดเอาเป็นตัวตั้ง จากนั้นฝึกดึงแขนให้มันลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าลดลงได้เรื่อยๆ นั่นก็คือ การพัฒนาการได้เกิดขึ้นแล้ว

3. Slippery swimming การจะว่ายให้ลื่นไหล ร่างกายจะต้องไม่ต้านน้ำ ทำอย่างไรจึงจะให้ร่างกายไม่ต้านน้ำเหมือนปลา ขอให้นึกถึงต้นไผ่ เราตัดต้นไผ่มาต้นหนึ่ง ไม่ต้องริดกิ่ง ตัดก้านออกแล้วเอามันพุ่งลงน้ำ จะเห็นว่ามันพุ่งไหลไปในน้ำไม่ไกล ทีนี้เราเอามันกลับขึ้นมาใหม่แล้วริดกิ่งก้านออกให้เหลือแต่ลำไผ่ แล้งพุ่งมันลงไปใหม่ ทีนี้เราจะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน มันจะไหลไปไกลกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม หลักการข้อนี้ข้อให้นึกภาพย้อนมาสู่ตัวเราในขณะว่ายน้ำด้วย ลำตัว หัว แขนขา ฝ่าเท้า การโคลงของลำตัว เป็นอย่างไร ต้านน้ำส่วนใด พยายามปรับปรุงแก้ไข เหตุใดคนอื่นเขาจึงว่ายได้เร็ว แล้วเราล่ะ เหตุใดมันจึงช้า ทั้งๆที่บางทีอาจจะใช้แรงไปมากกว่าเขาซะอีก 

4. Be water friendly อย่าเห็นน้ำเป็นคู่ต่อสู้ แต่สร้างความรู้สึกในจิตใจว่า มันคือผู้ช่วยท่านในการฝึกและการแข่งขัน ถ้ารู้สึกว่ามันคือคู่ต่อสู้ที่ท่านต้องเอาชนะเมื่อใด เมื่อนั้น ท่านจะต้องแพ้มันทันที

5. Practice "fishlike swimming" เมื่อมีเวลาว่างนั่นดูปลาว่ายน้ำในตู้ปลาแล้ว ให้ตั้งเป้าสร้างความรู้สึกขึ้นในใจว่า ทำอย่างไร เราจะว่ายน้ำได้อย่างปลา ปลามันว่ายพลิ้วไหวอย่างไร ใช้แรงมากหรือ สบายๆอย่างไร ถ้าพวกเราเข้าใจ concept ต่างๆได้ดี เราจะพัฒนาการฝึกของเราให้เหมือนปลา โดยใช้หลักการอันเดียวกันได้

6. Hide your head การฝึกก้มหัวลงต่ำ จะช่วยลดแรงต้านของน้ำ หลักการข้อนี้ใช้กับนักว่ายน้ำประเภท Sprinter ได้ดี แต่สำหรับพวกเรานักไตรกีฬา การยกหัวดูทิศทางเป็นจังหวะ หากการยกแต่ละครั้งเป็นไปได้จังหวะที่นิ่มนวล และ ต้านน้ำน้อยที่สุด จะเกิดผลดีที่สุด

7. Lengthen your body พยายามฝึกยืดแขนในแนว Body line ให้ไกลเพื่อเพิ่มความยาวของร่างกายให้มากขึ้นกว่าปกติที่เคยทำอีกสักนิด หากว่ายด้วยการวางแขนสั้นเกินไปจะได้ระยะทางสั้นลง

ครับ….ทั้งหมดนี้เป็นของฝากจากเพื่อนนักไตรกีฬาชาวไต้หวัน นาม Mr. Joe (HSU YEN PIN) เนื่องจากตอนที่พบกันที่ Xushou พวกเราได้คุยกันจนถูกคอเป็นเพื่อน แม้จะต่างวัยเขาก็เคารพนับถือผม ผมก็นับถือเขาเหมือนน้องๆ กลับบ้านกันไปแล้ว เขาก็ยังอุตส่าห์ติดต่อ Email ถึงผมเป็นระยะๆ ผมก็เขียนถึงเขาเป็นประจำ ด้วยความหวังดีที่เห็นพวกเรานักไตรกีฬาไทยว่ายน้ำยังไม่ดี เขาก็เลยบอกผมว่า จะส่งบทความทางวิชาการมาให้ แล้วเขาก็ส่งมาให้ผมถึง 13 บท

อยากจะเล่าให้ฟังว่า ในการเป็นนักไตรกีฬา ตัวผมเองจุดอ่อนก็อยู่ที่การว่ายน้ำนี่แหละ ทั้งๆที่ในอดีตผมเคยรับราชการเป็นทหารเรือมาถึง 5 ปี หากชีวิตไม่หักเหได้เข้ามาศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักกฎหมายเนติบัณฑิต ผมก็จะไปอยู่หน่วยมนุษย์กบ (หน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือ)  ชีวิตทหารเรือของผม ก็อยู่ในทะเลมาตลอด แต่การว่ายน้ำในท่าฟรีสไตล์ของผมนั้น มันไม่ได้เรื่องได้ราวเอาซะเลย ผมสามารถว่ายท่ากบได้ดีกว่า และ เร็วกว่าท่าฟรีสไตล์ซะอีก หลายท่านคงจะแปลกใจ ทั้งๆที่คนทั่วไป เขาว่ายท่ากบ ช้ากว่าท่าฟรีสไตล์ แต่สำหรับผมไม่เป็นเช่นนั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะตั้งแต่ตอนเป็นเด็กนั้น ผมฝึกเองโดยไม่มีครูและก็ฝึกมาผิดหลักการ เทคนิคไม่ดี ท่วงท่าว่ายไม่ได้มาตรฐาน ฝึกเองว่ายตามเพื่อนๆในลำคลอง เมื่อมาแก้เอาตอนแก่มันจึงเป็นไปไม่ได้และยาก ไม้แก่ย่อมดัดยากกว่าไม้อ่อน หลักนี้ยังถูกต้องอยู่เสมอ แต่เมื่อพยายามฝึก พยายามศึกษา มันก็พัฒนาขึ้นพอไปได้ แม้ไม่มากนัก แต่ก็ถึงฝั่งได้โดยไม่อายใคร เมื่อจักรยานฝึกมาดีก็ไปไล่บี้เก็บเอาช่วงจักรยาน และ วิ่ง

นั่นมันเป็นเรื่องของคนแก่ ที่แข่งขันเพียงเพื่อสุขภาพ สำหรับบรรดาเด็กๆที่ฝึกเพื่อการแข่งขัน เพื่อความเป็นเลิศ โดยเฉพาะในระดับนานาชาติ การว่ายน้ำด้วยเทคนิคที่ดีมาก เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องมี

โดยเฉพาะไตรกีฬาสมัยใหม่ ที่อนุญาตให้ Draft ได้ในช่วงการปั่นจักรยาน ฉะนั้นช่วงการว่ายน้ำจึงต้องฝึกพัฒนาให้ดี หากไม่ดีแล้ว จะเสียเปรียบนักกีฬาชาติอื่นๆเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อว่ายน้ำดี ตามกลุ่มน้ำมาติดๆ จากนั้นเมื่อปั่นจักรยานก็จะไล่เกาะกลุ่มนำออกไป ประหยัดพลังงานไปได้เยอะ ความเร็วในการปั่นก็จะดีและเร็วมาก จนคนที่ว่ายช้าไม่สามารถตามกลุ่มนำได้ทัน ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการฝึกว่ายน้ำที่จะต้องเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพ

การเปิดหู เปิดตาและเปิดใจ ยอมรับเอาหลักวิชาการและเทคนิคใหม่ๆ มาทำการฝึกเพื่อปรับปรุงแก้ไขตัวเราเองอยู่เสมอ นั้นย่อม เป็นวิธีการของนักไตรกีฬาที่มีอนาคต

อนาคต…..แชมป์นานาชาติ

 

รายละเอียดรูปภาพ Fishlike Swimming

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับสมาคม | ข่าวสาร | บทความ | กระดานสนทนา | กิจกรรมการแข่งขัน | กฏกติกา | อัลบัมภาพ | แผนผังเว็บไซท์
Content Copyright 2003 by Triathlon Association of Thailand. Designed & Developed by Sight Media

Download Flash MX Plug In
 
กระดานข่าวถามตอบ กฏกติกาและมารยาท แกลลอรี่รูปภาพ