|
ลองได้เลย ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา พวกเราคนไทยต่างก็เล่าลือส่งต่อๆกันว่า
.ไตรกีฬา เป็นกีฬามหาโหด ผู้เล่น ผู้ฝึกอาจหัวใจวายตายได้
ส่งผลให้เกิดความเกรงกลัวกันไปทั่ว
โอ้โฮ้
..ไตรกีฬารึ
..อย่าเชียวนะ ในฐานะที่ผมฝึกฝนและเล่นกีฬานี้มานานมากกว่า 15 ปี ผ่านการแข่งขันมามากมายตั้งแต่ระดับ OLYMPIC DISTANCE ซึ่งต้องว่ายน้ำในทะเล 1.5 กิโลเมตรตามด้วยปั่นจักรยาน 40 กิโลเมตร ปิดท้ายด้วยการวิ่งเข้าสู่เส้นชัย 10 กิโลเมตร ระดับ HALF IRONMAN ซึ่งต้องว่ายน้ำในทะเล 1.9 กิโลเมตรตามด้วยปั่นจักรยาน 90 กิโลเมตรแล้วปิดท้ายด้วยการวิ่งเข้าสู่เส้นชัยอีก 21.1 กิโลเมตร จนถึงระดับคนเหล็กไทย (THAI IRONMAN TRIATHLON) มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2544 ซึ่งการแข่งขันระดับนี้นั้น ผมต้องว่ายน้ำ 3.9 กิโลเมตรตามด้วยปั่นจักรยาน 189 กิโลเมตรแล้วยังต้องวิ่งเข้าสู่เส้นชัยอีก 42.9 กิโลเมตร
สัญญากับตัวเองว่า
..จะฝึกฝนลงแข่ง IRONMAN ให้ได้ทุกๆปี ปีละครั้ง การแข่งขัน คนเหล็กไทย ในคราวนั้น ผมจัดการแข่งขันเองและยังลงแข่งร่วมกับนักไตรกีฬาอื่นๆอีก 24 คนด้วย การแข่งขันเริ่มปล่อยตัวว่ายน้ำในทะเลที่หาดแม่รำพึง ระยอง เวลา 06.30 น. วันนั้นคลื่นแรงพอสมควร โดยเฉพาะช่วงปลายแหลมหญ้า เมื่อผ่านการว่ายน้ำ จักรยานและวิ่งตามระยะทางทั้งหมดดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่า ผมเข้าถึงเส้นชัยเวลาประมาณ ห้าทุ่มเศษๆใช้เวลาทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง 39 นาที 58 วินาที ได้อันดับที่ 10 จากทั้งหมด 25 คน เข้าถึงเส้นชัย 21 คน ไม่ถึงเส้นชัย 4 คน แชมป์คนเหล็กไทยคนแรก คือ นักบินเฮลิคอปเตอร์หนุ่มจากกองทักบกสหรัฐ พันตรี Blaine Holman ทำเวลาได้ 13 ชั่วโมง 23 นาที 28 วินาที
เวลาของการแข่งขันที่ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ ระยะทางที่แสนไกลเช่นนี้ คนธรรมดาๆ อายุมาก อย่างผมก็ยังทำได้ นอกจากนี้ ตลอดเวลาที่เล่นไตรกีฬามากว่าสิบห้าปี ผมเคยได้รับถ้วยรางวัลมากมาย นี่พอจะเป็นเครื่องยืนยันให้ท่านเชื่อได้หรือไม่ว่า สำหรับไตรกีฬาแล้ว ผมมีประสบการณ์มากมาย มากมายจนอยากจะยืนยันจากความรู้สึกนึกคิดของผม ต่อท่านทั้งหลายว่า ไตรกีฬา เป็นกีฬาหมูๆ ใครๆก็เล่นได้
.เด็กอายุ 7 ขวบถึง 13 ขวบก็เล่นได้ ฝึกกีฬาชนิดนี้ได้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ประเทศนิวซีแลนด์ มีนักไตรกีฬาตัวจิ๋วเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬา ระดับ IRONKIDS มากที่สุดในโลกถึง 3,002 คน จนท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศนั้นทนไม่ไหวต้องรีบเดินทางไปเป็นประธานการแข่งขันและปล่อยตัว กีฬานี้ เด็กๆทั่วโลกนิยมเล่นกันมาก หากท่านทั้งหลายได้มีโอกาสไปเที่ยวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกาหรือแคนาดา แล้วลองสองถามชาวบ้านแถบนั้นดูว่า มีการแข่งขันไตรกีฬาที่นั่นทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ใช่หรือไม่ ถ้ามีเวลาก็ลองไปดูบรรยากาศการแข่งขันบ้าง แล้วท่านจะได้รู้ว่า
..ไตรกีฬา มันเป็น กีฬามวลชน ที่ คนรักสุขภาพเขานิยมเล่นกันจริงๆจังๆมากแค่ไหน ยิ่งคนหนุ่มคนสาวอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจนคนสูงอายุ สี่สิบห้าสิบปีหรือแม้แต่คนแก่อายุ 70 ปีกว่าๆทั้งหญิงและชายยังเล่นยังแข่งขันกันอยู่เลย ทุกวันเสาร์อาทิตย์พวกเขาจะพาครอบครัวไปชุมนุมกันตามชายหาดเมืองชายทะเล เพื่อลงแข่งขันไตรกีฬา ผิดกับบ้านเรา พออายุสามสิบกว่าๆเท่านั้น ต่างก็บอกตัวเองและคนอื่นๆว่า
..แก่แล้วนะ เพื่อนๆต่างก็ยุให้เข้าวัดเข้าวาซะแล้ว จะเห็นได้ว่า พวกฝรั่งสูงอายุหกสิบเจ็ดสิบร่างกายยังฟิตแข็งปั๋ง หลายคนยังปั่นจักรยานเสือหมอบกันปร๋อไปปร๋อมา บ้านเรา บางคราวผมปั่นเสือหมอบผ่านไปแถวๆปทุมวัน เด็กๆนิสิตจุฬา(รุ่นลูกผมน่ะ
เพราะผมมันเป็นนิสิตจุฬาฯเก่ารุ่นปี 15 ครับ..เก๋าไม่เก๋า เอาพ.ศ.2544 ลบเอาเอง) ที่เหลือบมาเห็นต่างก็ซุบซิบหัวเราะกันคิ๊กคัก
..อีตาแก่ไม่เจียมสังขาร ปั่นจักรยานเสือหมอบทำเท่ยังกะวัยรุ่นเมืองนอกแน่ะ

ที่เขียนมายืดยาวนี่ เพียงเพื่อจะบอกท่านว่า ไตรกีฬา มันเป็นกีฬาหมูๆจริงๆ สามารถฝึกและเล่นได้ทุกเพศทุกวัย การฝึกก็ง่ายมาก โดยเฉพาะระดับเริ่มต้น หลายคนฝึกเล่นๆไม่อยากจะเอาถ้วยเอาแชมป์ เพียงแต่อยากมีหุ่นดี ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ เดินผ่านสาวๆคนไหน คนนั้นต้องหันมองตาม พร้อมกับรำพึงในใจว่า
.ผู้ชายคนนี้หุ่นดีจัง คุณเองก็อาจจะรำพึงในใจตอบว่า
.ไม่ใช่หุ่นดีอย่างเดียวนะน้อง
.ยังฟิตสุดๆอีกต่างหาก แค่นี้ก็พอใจแล้ว สำหรับนักไตรกีฬาบางคน สำหรับการฝึกไตรกีฬาเบื้องต้น ทำได้ง่ายมาก เพียงแต่เสียสละเวลาวันละหนึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย อาทิตย์ละ 5 วัน เพื่อทำการฝึกฝน ดังต่อไปนี้ วันอังคาร ไปฝึกว่ายน้ำ 60 นาที วันพุธ ก็ฝึกวิ่ง 60 นาที วันพฤหัสบดี ไปฝึกปั่นจักรยาน 60 นาที วันศุกร์ ฝึกว่ายน้ำ 60 นาที วันเสาร์ ไปฝึกจักรยาน 60 นาทีและฝึกวิ่งต่ออีกซัก 30 นาที วันอาทิตย์ ไปฝึกว่ายน้ำ 60 นาที ส่วนวันจันทร์ พักผ่อนนอนหลับให้มากกว่าปกติหน่อย อย่างไรก็ตาม การฝึกมีหลักอยู่ว่า ทักษะต้องมาก่อน ท่านที่ว่ายน้ำท่วงท่า(Stroke) ยังไม่ถูกต้อง จะต้องฝึกให้ดีเสียก่อน เรื่องระยะทาง ความทนทาน(Endurance) ความเร็ว(Speed) เอาไว้ทีหลัง มันจะตามมาเองเมื่อทักษะการว่ายดีแล้วถูกต้องแล้ว สำหรับจักรยานก็เช่นกัน หากท่านใดปั่นจักรยานยังไม่ดีไม่ถูกต้อง ไม่คล่อง ก็ไปฝึกปั่นซะให้คล่อง ใช้เสือภูเขาฝึกนั่นแหละดีที่สุด เก่งแล้วค่อยฝึกปั่นเสือหมอบ ส่วนการวิ่งนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนคงร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า
.การวิ่งยิ่งหมูที่สุด ยากที่สุดคือว่ายน้ำ
..หลายคนว่าอย่างนั้น แต่สำหรับบรรดานักไตรกีฬาเกือบทั่วโลกรวมทั้งผมด้วย กลับเห็นว่า ว่ายน้ำหมูที่สุด ส่วนการวิ่งนั้นยากที่สุด จริงอยู่การวิ่งนั้นไม่มีใครกลัว ทุกคนเกิดมาวิ่งกันได้ทุกคน ว่ายน้ำต่างหากที่หลายคนกลัว เพราะมันเหนื่อย หายใจยาก อาจทำให้จมน้ำตายได้ แต่สำหรับคนที่เป็นนักไตรกีฬาที่มีประสบการณ์มากมักจะเห็นตรงกันข้ามว่า ว่ายน้ำนั้นง่ายที่สุด
อยากจะถามว่า....ในโลกนี้ มีกีฬาอะไรบ้างที่
นอนเล่น
นอนไป
.เย็นสบาย
..เหงื่อไม่ออก
เห็นด้วยมั๊ยว่า.....ว่ายน้ำนั้น....สบายที่สุด
ส่วนการวิ่งให้ดีนั้นยากที่สุด เนื่องจากเป็นประเภทที่จะต้องทำหลังจากที่ผ่านการว่ายน้ำและจักรยานมาแล้ว โดยเฉพาะการแข่งขันระดับ คนเหล็กไทย (THAI IRONMAN) ขอให้หลับตานึกภาพดู การวิ่งมาราธอนระยะทางถึง 42.9 กิโลเมตรที่จะต้องทำหลังจากที่ร่างกายอ่อนล้า สูญเสียพลังจากการว่ายน้ำมาแล้วถึง 3.9 กิโลเมตรและปั่นจักรยานมาแล้วถึง 189 กิโลเมตร สภาพร่างกาย กล้ามเนื้อยังจะต้องมาผจญกับการวิ่งมาราธอนกลางแดด เวลาบ่ายๆไปจรดค่ำอีก มันจึงเป็นการวิ่งที่สุดยอดของความทรหดจริงๆ ลำพังแต่วิ่งมาราธอนอย่างเดียวตอนร่างกายยังสดชื่นอยู่ หลายคนยังส่ายหน้า เมื่อเป็นเช่นนี้ การแข่งขันไตรกีฬาระดับ
คนเหล็ก คนที่ฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดี สม่ำเสมอติดต่อกันมานานแล้วเท่านั้น
..จึงจะทำได้ ขอเรียนยืนยันว่า
.ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ ผมและนักไตรกีฬาระดับ IRONMAN ทุกคนทั่วโลก (รวมทั้งตัวท่านด้วย หากเมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว ท่านตัดสินใจว่า
.ขอฉันลองฝึกดูมั๊ง) ล้วนแต่ต้องเริ่มนับหนึ่ง และก้าวขึ้นบันไดขั้นที่หนึ่งมาก่อนเหมือนกันทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น พวกเราจะต้องเริ่มต้นด้วยการฝึกว่ายน้ำ 50 เมตรก่อนเสมอ แรกๆที่ฝึก หากมองไกลไปถึงการว่ายน้ำระยะทางสามสี่กิโลเมตร ทุกคนก็จะรู้สึกว่ามันยากและไกลเกินฝันเหมือนกัน แต่เมื่อฝึกไปฝึกมา วันแล้ววันเล่า จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลายๆปี อย่าว่าแต่สี่กิโลเมตรเลย 7 กิโลเมตรก็ว่ายได้
เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกคนจะมีความรู้สึกว่า
.ว่ายน้ำสี่กิโลเมตรนะหรือ
..ของหมูๆ และเมื่อมองย้อนกลับไปถึงวันแรกที่ก้าวเข้ามาฝึกว่าย 50 เมตรแรก ทุกคนจะอมยิ้ม พูดกับตัวเองว่า
.หมูจริงแฮะ การปั่นจักรยานก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ สำหรับพวกเราคนไทย ไม่มีปัญหา ทุกคนปั่นได้ เริ่มต้นฝึก ปั่นแค่ 60 นาทีก็ใช้ได้ เมื่อรวมระยะทางแล้วก็น่าจะได้หลายสิบกิโลเมตร ใหม่ๆก็ปั่นชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆก่อน พอคุ้นเคยเข้าก็เร่งความเร็วขึ้นให้หัวใจเต้นในระดับ 60 % ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของท่าน(Maximum Heart Rate) ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น
อยากจะบอกว่า
.การฝึกปั่นจักรยาน แบบเรื่อยๆมาเรียงๆ ความเร็ว ความนานและความหนักยังไม่ถึงขั้นพอที่จะทำให้หัวใจเต้นในอัตรา 60 % ของ MHR ขึ้นไป จะไม่ได้ผลทางการพัฒนาความฟิต ฝรั่งนักวิชาการ เขาเรียกว่า ไมล์ขยะ (Garbage Miles) หมายถึง ระยะทางมากก็จริง แต่เราจะไม่ได้อะไรเกิดขึ้นต่อร่างกายจากการปั่นเช่นนั้นเลย นอกจากความเพลิดเพลินทางจิตใจ ส่วนการวิ่ง ควรทำให้ต่อเนื่องติดต่อกันให้ได้ 60 นาที ฝึกตอนแรกๆ วิ่งไปช้าๆก่อนก็ได้ หากจะเดินสลับบ้างก็ไม่ผิดกติกาหรือเสียประโยชน์แต่อย่างใด เพียงแต่เดินให้เร็วหน่อยเท่านั้นเอง อย่าลืมดื่มน้ำทุกๆ 10 15 นาทีด้วยล่ะ หากอากาศร้อน ต้องดื่มน้ำบ่อยๆ น้ำเย็นๆยิ่งดี ร่างกายจะดูดซึมได้เร็วเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ความร้อนในร่างกายลดลง ร่างกายจะสดชื่นขึ้น เมื่อฝึกไปนานวันเข้า ท่านจะรู้สึกว่า การฝึก ว่ายน้ำ จักรยาน วิ่ง ที่ทำอยู่นั้น มันเป็น ส่วนหนึ่งของชีวิต จนในที่สุดท่านจะเกิดความรู้สึกว่า
การแข่งขันไตรกีฬา มันท้าทายท่านอยู่ตลอดเวลา ท่านอยากจะไปร่วมทดสอบร่างกาย ด้วยการแข่งขัน
การแข่งขันครั้งแรก อาจจะเลือกแข่งระยะ ทางสั่นๆก่อน เช่น Short Sprint Distance ด้วยการว่ายน้ำ 400 เมตร ปั่นจักรยาน 10 กิโลเมตรและวิ่งอีก 3 กิโลเมตรก็ย่อมได้
มาถึงจุดนี้ จะเห็นว่า ไตรกีฬา มันฝึกง่ายแค่ไหน หนักหนาเพียงใด คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆทำได้มั๊ย ถ้าตั้งใจจะทำ ด้วยความทุ่มเท มุ่งมั่น ฝันฝ่า เข้าหามัน
..เส้นชัย ไตรกีฬา

เมื่อท่านได้โลดแล่นอยู่ในเส้นทางสายไตรกีฬา ด้วยเวลาของการฝึกต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้ท่านได้ไปยืนอยู่บนเส้นชัยของการแข่งขันแล้ว และเมื่อมองย้อนหลังกลับไป
..ท่านจะรู้ว่า
ไตรกีฬา
มันเป็นกีฬาที่หมูที่สุดชนิดหนึ่งจริงๆ
หากไม่เชื่อ
ลองได้เลย
 |