กิจกรรมการแข่งขัน

คำสอนของคนเคยเป็นแชมป์

บทความและสาระน่ารู้ เกี่ยวกับ ไตรกีฬา และ กีฬาทั่วไป ที่ทาง สมาคมไตรกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดเตรียมไว้ แก่ท่านสมาชิก และผู้เยี่ยมชมทั่วไปทุกท่าน ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม เว็บไซด์ของทางสมาคม เพื่อประกอบเป็น ความรู้ สาระ และ ความบันเทิง แด่ทุกท่าน


รูปย่อของบทความ คำสอนของคนเคยเป็นแชมป์

รูปแกลลอรี่: ดูรูปภาพแกลลอรี่ของคำสอนของคนเคยเป็นแชมป์ (จำนวน 6 รูป)

ทนายวิจิตร



คนมีครู........คำสอนของคนเคยเป็นแชมป์
                                  
ในการฝึกฝนไตรกีฬานั้น Dave Scotts อดีตแชมป์ Hawaii Ironman 5 สมัย ได้ให้คำแนะนำไว้ดังนี้

สำหรับการฝึกว่ายน้ำ

  1. ควรฝึกว่ายแบบ Freestyle 70 % และให้ฝึกว่ายท่าอื่นอีก 30 %  เหตุผลก็คือ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการที่เรียกว่า Overuse เพราะหากฝึกว่ายแต่ท่า Freestyle มากเกินไป  จะทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นกลุ่มเดิมๆ ทำงานหนักมากไป  การฝึกว่ายสลับท่าจะก่อให้เกิดผลดีในหลายๆด้าน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักไตรกีฬาเช่นเรา เนื่องเพราะสภาพแวดล้อมในทะเลที่พวกเราจะเจอะเจอนั้นมีมากมายยิ่งนัก
  2. ควรจะฝึกแบบ Hypoxic เอาไว้บ้าง    Hypoxic ก็คือ การฝึกที่สร้างให้ร่างกายความคุ้นเคยต่อการหายใจที่ไม่เพียงพอ นั่นก็คือ ทำให้เกิด Oxygen debt ด้วยการว่ายแบบหายใจสองข้างซ้ายและขวาทุกๆสาม Stroke
  3. ควรดื่มน้ำระหว่างการฝึกด้วย อย่าคิดว่า อาการ Dehydration จะไม่เกิดขึ้นในการฝึกว่ายน้ำ เพราะเราอยู่ในน้ำ แม้จะมีน้ำอยู่รอบตัวเราขณะฝึก อีกทั้งไม่มีเหงื่อออก โอกาสที่ สภาวะ Dehydration จะเกิดขึ้น ย่อมมีได้เสมอ   แม้(ร่างกาย)ข้างนอกจะเปียกน้ำ แต่(ร่างกาย)ข้างในมันก็แห้งผากได้
  4. ควร Warm - up ก่อนเสมอ
  5. ควร Cool – down ในตอนท้ายของการฝึกด้วยเช่นกัน
  6. ควรฝึกการหายใจให้ได้ทั้งสองข้าง เพราะคลื่นลมในทะเลรวมทั้งการว่ายตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกาไปตามเส้นทางที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดนั้น จะสร้างความยากลำบากให้พวกเรามาก หากหายใจได้เพียงข้างเดียว
  7. ควรฝึกว่ายสวนคลื่น ว่ายตามคลื่น ว่าขนานกับคลื่น เพราะการฝึกในสภาวะต่างๆจะก่อให้เกิดทักษะ ซึ่งจะส่งผลดีในการแข่งขัน


การฝึกจักรยาน

  1. ในการฝึกให้ใช้เกียร์อะไรก็ได้ แต่ให้รอบขาอยู่ในระดับคงที่ 85 รอบต่อนาที อย่างไรก็ตาม การปรับรอบขาให้อยู่ในช่วง 80 – 90 รอบต่อนาทีในหลายๆเกียร์ก่อนการแข่งขัน   จะทำให้เกิดการพัฒนา  ซึ่งจะเป็นไปในวิถีทางที่ดีและพร้อมจะเข้าสู่การแข่งขันได้ในหลายๆสถานการณ์
  2. ควรจะฝึกด้วย Cyclo simulator ด้วย  เพื่อลับให้เกิด “ความคม”   โดยเฉพาะ Speed และ ผลดีด้านอื่นๆ อีกหลายอย่าง  การฝึกแบบนี้ ผมได้พยายามแนะนำและสอนให้ลูกศิษย์หลายๆคนใช้ติดต่อกันมาแล้วหลายปี แม้นักไตรกีฬาชาติต่างๆก็นิยมใช้ฝึกเพื่อเสริมการฝึกปกติกัน   การที่นักกีฬาหลายคนพูดว่า จักรยานต้องฝึกปั่นตามถนน ไม่ใช่ปั่นอยู่กับที่ มันน่าเบื่อหน่ายและไม่มีอะไรดีขึ้น แสดงว่าคนเหล่านี้ มองไม่เห็นคุณค่าของอุปกรณ์การฝึก(เสริม)ที่เรียกว่า CYCLO SIMULATOR นอกจากนี้ สำหรับเครื่องวัดหัวใจ HEART RATE MONITOR ก็มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการฝึกสำหรับไตรกีฬาเช่นกัน
  3. การฝึกปั่นเป็นกลุ่ม(โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคนเก่งๆมาก)จะช่วยพัฒนาทั้งทักษะและความเร็ว โดยเฉพาะไตรกีฬาสมัยใหม่(นักไตรกีฬาทีมชาติและเยาวชนทีมชาติ) ที่อนุญาตให้จี้บังกันได้ในระหว่างปั่นจักรยาน
  4. ควรฝึกปั่นจักรยานในทุกรูปแบบของเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางราบ เนินขึ้นลงแบบที่เรียกว่า Rolling terrain  ภูเขา  ตามลม  ต้านลม  ลมพัดข้าง เอาไว้บ้าง    เพราะเส้นทางการแข่งขันที่จะไปพบนั้นมันจะมีหลายรูปแบบ    ความคุ้นเคยจะสร้างทักษะ ทำให้ไม่เสียเวลา ก่อนแข่งไปทดสอบเส้นทางก็จะรู้ว่า มีลักษณะเช่นใดบ้าง เราได้เคยฝึกบทเรียนต่างๆตุนไว้เพียงพอแล้วหรือไม่ อย่างไร เมื่อเจอะเจอสภาพที่เคยมาแล้ว เราจะแข่งด้วยอาการผ่อนคลาย ผลดีย่อมจะเกิดและทำให้บรรลุถึงความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

การฝึกวิ่ง

  1. ควรฝึกวิ่งแบบก้าวสั้นกว่าความยาวของก้าวปกติประมาณ 30 % เอาไว้ด้วย โดยเฉพาะช่วงลงจากจักรยาน   การฝึกแบบ Brick ด้วย การวิ่งก้าวสั้นมันจะช่วยทำให้ กรด Lactic ค่อยๆถูกกำจัดออกไปด้วย   การวิ่งแบบนี้ควรทำในช่วงสองสามกิโลเมตรแรกที่ลงจากจักรยาน หลังจากนั้นจึงค่อยวิ่งตามสไตล์เดิม
  2. ไม่ควรวิ่งตัวแข็ง ควรวิ่งด้วยอาการผ่อนคลาย ลำตัวเกือบตั้งตรงเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย แกว่งแขนเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนแขนที่เรียกว่า Deltoids และ Trapezius ผ่อนคลาย
  3. ควรฝึกวิ่งความเร็วในหลายๆรูปแบบเอาไว้ เช่น Fartlek, Interval, VO2 Max training และ Anaerobic training  ไม่ว่าจะในสภาพถนนเป็นภูเขา ทางราบ ในลู่ บนถนน หรือแม้แต่ Off-road ก็ตาม
  4. ควรฝึกแบบความเร็ว  Pyramid หรือ Ladder training เอาไว้ด้วย โดยทุกๆสองสัปดาห์ควรจะฝึกวิ่งแบบ Pyramid แทรกเข้าไป เช่น เริ่มวิ่งเร็ว 220 หลาแล้วพัก จากนั้นวิ่ง  330 หลาแล้วพัก 880 หลาแล้วพัก 1,320 หลาแล้วพัก 1 ไมล์แล้วพัก จากนั้นก็ฝึกไล่ลง คือ วิ่งเร็ว 1 ไมล์แล้วพัก จากนั้นก็วิ่งเร็ว 1,320 หลาแล้วพัก 880 หลาแล้วพัก 330 หลาแล้วพัก สุดท้าย 220 หลาแล้วพัก  (หวังว่าคงคำนวณจากหลาเป็นเมตรได้นะครับ)
  5. ไม่จำเป็นจะต้องฝึกวิ่งเต็มระยะที่จะต้องแข่งขัน  ถ้าหากเพียงฝึกวิ่งความเร็ว(หนัก)สำหรับครึ่งระยะทางและรู้สึกสดชื่นหลังเสร็จสิ้นการฝึก ก็จะทำให้วิ่งแข่งเต็มระยะได้ดี
  6. ฝึกอัตราเร่ง(Accelerations) เอาไว้บ้าง

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำของคนเคยเป็นแชมป์ “ คนเหล็ก” ของโลก ถึงแม้ว่า ปัจจุบันเขา
จะไม่เก่งเท่าคนรุ่นหลังอีกแล้ว จะเห็นได้ว่า เขาแข่งไม่ครบเส้นทางในการแข่งขัน Hawaii Ironman ครั้งหลังสุดก็ตาม   แต่ความยิ่งใหญ่ของคำว่า แชมป์ IRONMAN ของเขายังคงอยู่ โดยเฉพาะความรู้และประสบการณ์

นักไตรกีฬาระดับต่ำต้อยเช่นผมยังยกย่อง “ความเป็นครู” ของเขาเสมอและตลอดไป

 

รายละเอียดรูปภาพ คำสอนของคนเคยเป็นแชมป์

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับสมาคม | ข่าวสาร | บทความ | กระดานสนทนา | กิจกรรมการแข่งขัน | กฏกติกา | อัลบัมภาพ | แผนผังเว็บไซท์
Content Copyright 2003 by Triathlon Association of Thailand. Designed & Developed by Sight Media

Download Flash MX Plug In
 
กระดานข่าวถามตอบ กฏกติกาและมารยาท แกลลอรี่รูปภาพ