
NEWS 
วันที่ post ข้อความ: 2008-06-10 06:02:40 ...
|
การแข่งขันไตรกีฬาตราด-จันทบุรีเสร็จสิ้นลงแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ เรื่อง "เงินรางวัล"
น่าเห็นใจนักกีฬาที่อุตส่าห์ว่ายน้ำ 2 กิโลเมตร ตามด้วยการปั่นจักรยาน 98 กิโลเมตร และสามารถวิ่งต่อจนเข้าถึงเส้นชัยอีก 20 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศแจ่มใสไม่มีฝนไม่มีคลื่นดั่งที่กังวลกัน
แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้เงินรางวัลตามที่ "ผู้จัดการแข่งขัน" (Organiser) ให้สัญญาไว้และได้ประกาศต่อสาธารณชนใน www.tcitriathlon.com ซึ่งได้ติดต่อพูดคุยกับคุณเจริญชัย เปี่ยมเพิ่มพูน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จันทบุรี ผู้จัดการแข่งขันในฐานะผู้รับผิดชอบและนาวาเอกสุรพงษ์ พรหมแพทย์ในฐานะผู้รับผิดชอบระบบการจัดการแข่งขันแล้ว ได้ทราบว่า การจัดเก็บเงินจากสปอนเซอร์มีปัญหา ทำให้ไม่ได้เงินมาจ่าย
นี่คือ ปัญหาใหญ่ที่ผู้รับผิดชอบจะต้อง "แก้ไข"
ในส่วนของผม นายวิจิตร สิทธินาวิน และเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคกีฬาทุกคน(รวมทั้งสิ้น 280 คน)ได้ทำหน้าที่ตามคำร้องขอผู้จัดการแข่งขัน(Organiser)ที่ได้โทรศัพท์มาตามให้ไปช่วยดำเนินการ "ด้านเทคนิค" ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้จัดได้กำหนดเส้นทางการว่ายน้ำ เส้นทางจักรยาน และ เส้นทางวิ่งครบถ้วนทุกประการแล้ว
หน้าที่เทคนิคเริ่มตั้งแต่
การวางทุ่นในทะเลระหว่างเกาะช้างถึงท่าเรือเฟอรี่อ่าวธรรมชาติ เพื่อให้นักกีฬาว่ายน้ำไปตามเส้นทางจากจุดเริ่มต้นในทะเลจนขึ้นสู่ลานจอดจักรยานทีท่าเรือ ในระหว่างการว่ายได้จัดการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ในทะเลรวม 20 คนรวมทั้งเรือยาง 2 ลำ เรือประมงพื้นบ้าน 6 ลำ มีเรือเจ็ตสกี(ที่ผู้การสุรพงษ์จัดหามา) 4 ลำ
ปรากฏว่า นักกีฬาว่ายน้ำแข่งขันเข้าถึงท่าเรือด้วยความปลอดภัยเกือบทุกคน.....มีขึ้นเรือเพียง 5 คน
การวางราวแขวนจักรยาน ได้ทำการจัดหาวางราวแขวนจักรยานตามที่ผู้จัดกำหนด(โดยแต่เดิมแจ้งว่า ให้เตรียมสำหรับท่าเรือ 300 คันและอ่าวคุ้งกระเบน 300 คัน แต่ปรากฏข้อมูลในเย็นวันที่ 29 พ.ค.ว่ามีไม่เกิน 100 คัน จึงจัดการติดตั้งให้ตามจำนวน) ทำการปูพรมเตรียมพื้นที่บริเวณลานจอดให้รับกับภาพที่จะออกมาในการถ่ายทอดสดจากจุดขึ้นจากน้ำ(Swim Finish) จนถึงจุดขึ้นจักรยานหน้าลานจอด( Mount Line)
ปรากฏว่า เมื่อนักกีฬาว่ายน้ำเสร็จวิ่งมาเอาจักรยานออกไปปั่นในเส้นทางจักรยานครบทุกคนตั้งแต่คนแรกถึงคนสุดท้ายจนจักรยานหมดลานจอด ท่ามกลางการปรบมือต้อนรับให้กำลังใจของผู้ชมญาติมิตรโดยไม่มีปัญหาใดๆ บริเวณราวแขวนจักรยานที่ 1 (Transition 1) มีเจ้าหน้าที่เทคนิคอยู่ดูแลรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สินของนักกีฬา 20 คน
ในเส้นทางจักรยาน ตลอดเส้นทางขณะนักกีฬาปั่นจักรยานมีเจ้าหน้าที่เทคนิค(100 คน)ขับจักรยานยนต์ประกบนักกีฬารวม 50 คันไปตลอดเส้นทางจาก ลานจอดจักรยานที่ 1 ถึง ลานจอดจักรยานที่ 2 ระหว่างทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยการจราจรให้นักกีฬาและประชาชนผู้สัญจรไปมาโดยเฉพาะทางแยกทางร่วมต่างๆ โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 สถานีตำรวจ สถานีละ 20 คน นอกจากนี้ยังมีตำรวจทางหลวงขับรถยนต์วิทยุเปิดไฟวับวาบนำขนวนรวม 2 คน มีรถพยาบาล 4 คันผลัดเปลี่ยนกันขับตามและปิดท้ายขบวน นอกจากนี้ยังมีรถบริการพิเศษอีก 4 คันขับไปตามขนวบนักกีฬา จุด 45 กิโลเมตรมีจุดให้น้ำตามกฎกติกา 1 จุด นักกีฬารับน้ำตามต้องการ บางคนรับขวดเดียว บางคนขอดรับหลายขวด
บนภูเขามีเจ้าหน้าที่เทคนิคและทหารเรือยืนตามจุด 30 คนห่างกันจุดละ 100 เมตรตลอดทางบนภูเขา 3 กิโลเมตร ที่ทางลงเขามีรถพยาบาลของกองกำลังป้องกันชายแดนฯของทหารเรือจอดประจำคอบช่วยเหลืออีก 1 คัน
ปรากฏว่า นักกีฬาปั่นจักรยานจากลานจอดที่ 1 มาถึงลานจอดที่ 2 ด้วยความดีใจและโดยปลอดภัยทุกคน หลายกลุ่มได้ประโยชน์และสนุกกับการจี้บัง (Drafting)จนถึงลานจอด
ในเส้นทางวิ่งมีจุดให้น้ำ 7 จุดและที่เส้นชัยอีก 1 จุด มีฟองน้ำและเกลือแร่ที่จุดกลับตัวและเส้นชัย นักกีฬาวิ่งกลางแดดอย่างทรหดอดทนท่มกลางการให้กำลังใจของผู้ชมและญาติมิตร ถึงแม้จะมีเดินบ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย ในที่สุดทุกคนก็เข้าถึงเส้นชัย
ถึงเส้นชัยด้วยความดีใจ ใบหน้ายิ้มแย้มทุกคน.....นี่คือ ความสำเร็จของนักกีฬา
มีการประท้วงเพียง 1 ราย ซึ่งก็ได้ทำการสอบถามข้อเท็จจริงและสรุปความเห็นเสนอต่อนาวาเอกสุรพงษ์ พรหมแพทย์และ นาวาเอกเกรียงศักดิ์ วงศ์สินธุวิเศษ ซึ่งเป็นคณะ Jury เพื่อตัดสิน ในที่สุดได้มีมติเป็นอเกฉันท์ว่า นักกีฬาผู้ที่ถอดเสื้อวิ่งเข้าเส้นชัยทำผิดกติกาและให้ลงโทษตักเตือน เนื่องจากการทำผิดในส่วนนี้ไม่มีผลทำให้ตนเองหรือนักกีฬาคนอื่นได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการแข่งขัน จึงลงโทษสถานเบา (ไม่ร้ายแรงถึงขนาดต้องปรับแพ้)
อีกกรณีก็คือ นักกีฬาหญิงว่ายน้ำเกิน 60 นาที (ตามที่มีผู้ประท้วง) สอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า นักกีฬาหญิงคนนั้นได้ว่ายมาถึงทุ่น 500 เมตรซึ่งเป็นสุดท้ายหน้าท่าเรือตามที่ได้กำหนดไว้ในตอนประชุมนักกีฬาแล้ว จึงถือว่า การว่ายจากจุดนั้นถึงท่าเรือเป็นเวลาการว่ายที่อนุโลมให้ ผลการประท้วงก็ตกไป ถือว่า ผ่านการแข่งขันครบระยะทางและเวลาที่กำหนด
เมื่อฝ่ายที่ทำงานด้านเทคนิคได้ทำหน้าที่ที่ได้รับ "มอบหมาย" มาจากผู้จัดการแข่งขัน(Organiser) ครบถ้วนตั้งแต่นักกีฬากระโดดลงน้ำตามคำสั่ง On your mark แล้วและแข่งขันกันมาในเส้นทางที่กำหนดจนถึงเส้นชัย รวมระยะทางทั้งสิ้น 120 กิโลเมตรแล้ว
พอก้าวออกจากเส้นชัน......ถือว่า "หมดหน้าที่" ของผมแล้ว
หน้าที่ที่ยังต้องดูแลต่อก็คือ จักรยานและสิ่งของอุปกรณ์การแข่งขันที่แต่ละคนนำมาไว้ที่ลานจอดที่ 2
ในที่สุดทุกคนก็ได้มาเอาจักรยานและอุปกรณ์ของแต่ละคนออกไปจนหมดลานจอด......โดยไม่มีปัญหาใดๆเลย
หน้าที่ของนายวิจิตร สิทธินาวินและเจ้าหน้าที่เทคนิคทุกคนสิ้นสุดลงโดยครบถ้วนตามที่รับปากไว้แล้ว
สำหรับรางวัลต่างๆนั้น นักกีฬาผู้สมัครเข้ามาแข่งขันกับผู้จัดการแข่งขัน(organiser) ท่านได้ตกลงเงื่อนไขและรายละเอียดกันไว้อย่างไร โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "เงินรางวัล" ท่านต้องไปพูดคุยว่ากล่าวกันโดยตรงตามข้อผูกพันที่ได้ทำกันไว้แต่แรกตอนที่ท่านได้เสนอสนองกันช่วงที่ยืนใบสมัคร
จะเจรจาประนีประนอมด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน หรือจะฟ้องจะฟันกันหนักหนาสาหัสอย่างไร ก็พึงใช้สติและปัญญากันเอาเองเถิด
ทำให้ถูกเรื่อง แก้ให้ถูกจุด คือ สิ่งที่จะแนะนำให้ด้วยไมตรี
การร้องโวยวายหาเรื่องกับคนอื่นที่ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องตกลงด้วยในเรื่องนี้ด้วยเลยนั้น แทนที่จะเป็น "นักกีฬาผู้น่าเห็นใจ" จะกลับกลายเป็น "นัก......."
เพราะบ้านเมืองของเรา คนส่วนใหญ่เป็นผู้มีสติและมีคุณธรรม รู้ถูก รู้ผิด ที่สำคัญ บ้านเมืองเรา มีกฎหมายและขบวนการยุติธรรม
จนถึงปัจจุบันพวกเราเจ้าหน้าที่ที่ไปช่วยด้านเทคนิค (จนทำให้นักกีฬาทุกคนเข้าถึงเส้นชัยโดยสวัสดิภาพสมบูรณ์ จนหลายคนได้สิทธิ์ในการเรียกร้อง "เงินรางวัล" โดยภาคภูมิ ล้วน "มีส่วน" มาจาก "ฝ่ายเทคนิค" ทั้งสิ้น) ....พวกเราส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยและค่าตอบแทนเลย
แต่ก็ยัง "รอ" อยู่ด้วยความนิ่ง จะมีการทวงถามบ้างก็แต่พองาม ไม่ร้องโวยวายกันแต่อย่างใด
ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าน้ำมัน ค่าเช่าเรือ ค่าอาหารกล่อง ค่าอาหารอื่นๆ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทน ค่าน้ำดื่ม ค่าน้ำแข็ง ค่าเช่ารถยนต์ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้จัดการแข่งขันสัญญาว่า จะให้เรา
เราก็รออยู่เช่นกัน
สำหรับนักกีฬาที่ดีๆ ขอได้โปรดได้รับความเห็นใจจากคนชื่อ วิจิตร สิทธินาวิน |